
การหางานในเนเธอร์แลนด์ สำหรับฉัน เป็นเรื่องไม่ง่าย คำว่าไม่ง่าย คือ การที่จะได้งานตรงวุฒิการศึกษานั้น เกือบเป็นไปไม่ได้เลย ฉันซึ่งจบปริญญาตรี ด้าน คอมพิวเตอร์ ไอที มาจากไทย มีงานประจำทำ มีประสบการณ์ 10ปีขึ้นไป แต่มาอยู่ทีนี่ก็ต้องมาเริ่มใหม่ทั้งหมด ทั้งภาษา และวัฒนธรรมในการทำงาน
อาจจะกล่าวได้ว่า ฉันคือคนไร้ซึ่งปริญญาใดๆ ไร้ซึ่งความสามารถ ไร้ซึ่งกระดาษยืนยันความรู้ อันนี้ก็ไม่น่าจะกล่าวเกินจริง
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างที่กล่าวมานั้น ไม่ได้เป็นเรื่องลบ เสียทั้งหมด เพราะ ถ้ามองไปในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาล มีงานมากมายรอเราอยู่ เพียงแต่เราต้องไม่เลือกจนเกินไปแค่นั้น โชคดีต้องเข้าข้างฉันเข้าสักวัน
เมื่อฉันยอมที่จะทำงานในด้านที่ไม่ถนัด
ทำไปก่อนแล้วค่อยคิด ฉันบอกตัวเอง สมัครไปเถอะเขารับค่อยว่ากัน
เมื่อคิดเช่นนี้ การได้ทำงานก็เลยง่าย สมัครไปก็ได้เลย เพราะงานแรกในชีวิตคือ ทำความสะอาด!
จริงๆ การทำความสะอาดให้ดีไม่ใช่เรื่องงานเลย โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยทำเลยในชีวิต มันเป็นเรื่องหนักเอาการอยู่ เครื่องมือก็ไม่ชิน น้ำยาอะไร ก็ไม่รู้เรื่อง เครื่องดูดฝุ่น มันเปลี่นถุงอย่างไรล่ะ โอย อะไรเนี่ย!!แต่ฉันก็ทำมันมาได้ เป็นปี ตลกตัวเองจริงๆ ที่ทำได้ ได้เรียนรู้ว่า การขัดห้องน้ำ ขัดชักโครกมันเป็นอย่างไร รู้งี้ก็ทำตั้งแต่แรกแล้ว
หลังจากงานทำความสะอาด ฉันก็อยากไต้เต้า
ทำไมนะเหรอ ก็มีอยู่วันนึง ดันไปเป็นประกาศรับสมัครงาน รับตำแหน่งของชั้นพอดี หมายถึงที่เคยทำที่ไทยนะคะ ในใจก็คิดว่า เออ ลองดูสิ มันอาจจะได้หรือไม่ได้ เขาอาจจะไม่เรียกชั้นก็ได้ ส่งอีเมล์ไป ไม่ได้คิดมากอะไร คิดว่า ก็แค่ได้ทำ เอาเหอะน่า
จากนั้นไม่นาน ก็ได้รับอีเมล์ตอบกลับให้มาสัมภาษณ์
จากนั้นไม่นาน ก็ได้งาน เย้ดีใจที่สุด เหมือนว่า มีคนเห็นคุณค่าเราแล้ว
ไอทีคงไม่ไช่ที่ของฉันเสียแล้ว
ทำงานไปได้ 1 ปี ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ แต่จะด้วยตัวเราเองหรืออะไรก็เถอะ ทำให้เราไม่อยากนั่งทำงานอีกต่อไป เรารู้สึกว่า ไม่ได้รับความไว้ใจเต็มร้อยเปอร์เซนต์ รู้สึกว่า ความที่เป็นคนไม่พูดภาษาดัชต์ ยังคงเป็นความลำบากในชีวิต ถึงแม้จะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่มีใครสนใจ มันเป็นความผิดของฉันเอง คิดแล้วมันน้อยใจนัก แต่จะทำอย่างไรได้ เขามีวัฒนะธรรมแบบนั้น ฉันเองก็อยู่แบบเขย่งขาจนเหนื่อย วันๆ ก็นึกแต่เวลาจะได้เลิกงาน มันทรมานยิ่งนัก การที่เราอยู่ในที่ ที่เราเป็นแค่ตัวประกอบ มันไม่ง่ายเลย
เมื่อได้งานใหม่ในครัว
หลังจากเขย่งไปมาในที่ทำงานที่มันไม่ใช่สำหรับตัวฉัน ฉันก็ยอมลาออกมาเฉยๆ ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน ไปหางานเอาใหม่ดีกว่า ในที่สุดก็ได้งานครัว เป็นงานครัวแรก ในชีวิตที่มีโอกาศได้ใส่เสื้อสีขาวๆ ทำงานในครัวที่มีเคาน์เตอร์อลูมิเนียม วาววับ
แต่เมื่อทำงานได้ซักระยะ ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนกับบรรยากาศ ของการถูกด้อยค่า กับคนที่เป็นเจ้าของภาษา ทำให้รู้สึกว่า ไม่อยากอยู่อีก… เอาละซี ทีนี่น่าจะเป็นตัวเราหรือเปล่าที่มีปัญหา
เมื่อได้งานในโรงแรม
เมื่อครัวที่นั่น ฉันไม่มีความสุข ก็หาที่ที่เขายอมรับเราดีกว่า เพราะฉันเอง ก็เหนื่อยกับการที่ต้องถูกกดหัว ด้อยค่า มันมากเกินไปสำหรับความรู้สึกที่จะยอมรับ งานอันแสนหนักหน่วงในครัว แถมต้องโดนกดไปตลอด
เมื่อมาได้งานในโรงแรม จึงทำงานที่นี่มีความสุขดีเป็นปี แต่ก็เจอปัญหาเดิมๆ ค่ะ เพราะมันเป็นการทำงานกับคนที่พูดภาษาเหนือกว่าเรา เราจึงมักถูกด้อยค่าเสมอ จริงๆ เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่เราเองนั่นแหละ ที่คิดมากไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เริ่มมาทำงานที่โรงแรม ฉันก็ได้เรียนรู้มากขึ้น ฉันเริ่มพูดภาษาดัชต์ได้ คุยได้ เป็นประโยคๆ และเริ่มค้นพบตัวตน ว่าชอบ อบขนมมากมาย
เพราะมีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนชาวดัชต์ มาหยิบยื่นหนังสือให้ เป็นหนังสือ เล่มเปลี่ยนชีวิตของฉันไปตลอดกาล,,,,