โปรเจคคัพเค้ก กับความอลหม่าน

เรื่องก็มีอยู่ว่า เพื่อนบ้านที่น่ารักมาสั่งคัพเค้ก ทำให้ฉันได้รู้ว่า อย่าดูถูกขนมอันเล็กๆ เป็นอันขาด ฉันเคยมองข้าม เพราะว่า มันก็แค่คัพเค้ก ง่ายๆ เรายังทำเค้กปกติได้ ทำไมคัพเค้กจะทำไม่ได้… พอเอาเข้าจริงคัพเค้กวนิลา  ยากชะมัด! หัดทำทั้งสัปดาห์ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ต้องการ

หลังจากทำได้ 3-4 แบชต์ ก็ยังไม่ได้คัพเค้กแบบที่กินแล้วพอใจ ไปซื้อเค้กกล่องเอาดีกว่า ไว้วันหลังจะหัดทำใหม่ ฉันบอกตัวเองอย่างนั้น 

หันมาโฟกัสที่บัตเตอร์ครีม

ตี Swiss meringue butter cream เพื่อแต่งหน้า

การแต่งหน้าเค้กเกือบจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ขณะที่รีบๆ อยู่นั้น ก็เกิดเหตุการณ์ขึ้น แก้วกาแฟที่แขวนอยู่ด้านบนตกลงมาใส่โหลแก้วช๊อคโกแลตไว้จนแตกกระจาย! 

แก้วแตกกระจาย ทำอย่างไรดี

ยืนงง ไปซักพัก ได้สติ ก็เดินไปเก็บเศษแก้วพร้อมกับเทบัตเตอร์ครีมทิ้งทั้งหมดและคัพเค้กที่เพิ่งทำก็ต้องทิ้งด้วย เพราะวางอยู่ตรงนั้นพอดี!! ถ้าเศษแก้วเข้าไปในเค้กจะทำอย่างไร ไม่ได้ๆ เสริฟไม่ได้  โอยๆนี่มันวันอะไรกันนะ

บทเรียนราคาแพง
เมื่อทิ้งเค้กและบัตเตอร์ครีมแล้ว ก็ต้องรีบทำใหม่ เพราะงานวันเกิดของเพื่อนบ้านจะเริ่มภายใน 2 ชม ยังดีที่เรื่องเกิดขึ้นในตอนที่ยังมีเวลา บทเรียนนี้ต้องจำไปตลอด ห้ามใช้ภาชนะแก้วอีก เรื่องภาชนะที่ทำด้วยแก้ว ไม่เคยฉุกคิดจริงๆ ค่ะ ว่ามันจะเป็นปัญหา เห็นใน Youtube ใครๆ ก็ใช้ โถ ชาม อ้าง แก้ว มาเจอแบบนี้ เลยได้บทเรียนราคาแพง 

The show must go on!

ขับรถไปซื้อเค้กกล่องมาใหม่ ใน ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ใกล้บ้าน เปิดเตาอบและตีเค้กอย่างรวดเร็ว จากนันนำเค้กเข้าเตาอบ ตีบัตเตอร์ครีมต่อ เนย ก็ยังไม่ได้เป็นอุณภูมิห้องเลย เวรกรรม… 

ทำเนยเป็นอุณหภูมิห้องกันเถอะ

คนที่เคยทำ Swiss meringue  buttercream คงจะทราบดีว่า เนยทีใช้ ต้องเป็นอุณหภูมิห้อง คือเนยต้องไม่นิ่มจนเกินไป หรือแข็งจนเกินไป นำเทอร์โมมิเตอร์มาวัดได้ 18-20 องศา

ถ้าเนยนิ่มไป บัตเตอร์ครีม จะกลายเป็น บัตเตอร์ซุป ถ้าเนยแข็งไป บัตเตอร์ครีมก็จะเป็นเม็ดๆ ตุ่มๆ ใช้ไม่ได้ทั้งสองแบบ

ปกติเราจะนำเนยออกจากตู้แข็งมาทิ้งไว้ในครัวข้ามคืน แล้วจะนำเนยนั้นมาใช้ตีเป็นบัตเตอร์ครีมได้ ไม่เหลวมากไป กำลังพอดีค่ะ แต่วันนี้เนยหมดไปแล้ว เราก็ต้องหาทางลัดกัน!

ทริคในการทำเนยให้นิ่ม แบบทางลัด
แต่ถ้าเรารีบๆ ขึ้นมา ก็ต้องหาวิธีลัด เคล็ดลับคือ นำน้ำประมาณ 1 แก้ว เข้าไปในไมโครเวฟ ประมาณ 3 นาที จากนั้นนำแก้วน้ำนั้นออกมา แล้วนำเนยที่หั่นไว้เป็นก้อนๆเล็กๆ (ประมาณ 1นิ้ว) เข้าไปแล้วปิดฝาไมโครเวฟ ทิ้งไว้อย่างนั้นประมาณ 15 นาที ความร้อนที่หลงเหลือจากไอน้ำจะช่วยให้เนย ค่อยๆ นิ่ม

จากนั้นก็ทำ Swiss meringue butter cream ได้ตามปกติเลย

การทำผ่านไปด้วยดี เค้กสุก รอให้เค้กเย็น ตีเมอแรงค์รอให้เมอแรงค์เย็นแล้วนำไปตีต่อจนเสร็จเป็นที่เรียบร้อย

พร้อมแต่งหน้าแล้วค่ะ 

แต่งหน้าเสร็จ ยกไปให้ข้างบ้าน เด็กๆ เดิน เข้ามาหยิบ เป็นภาพที่เห็นแล้วชื่นใจจริงๆ ไม่ทันไร เค้กก็หมด เห็นแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ความอลวน อลหม่านก็สอนให้เราเรียนรู้ อย่าประมาท เพราะการทำขนมต้องมีความแม่นยำ ต้องละเอียด และห้ามประมาทเด็ดขาด เด็กๆ ชอบคัพเค้กกันมาก ไว้วันหน้าจะมาลงสูตรคัพเค้กที่อร่อยลงตัวค่ะ

Posted in Diary | Comments Off on โปรเจคคัพเค้ก กับความอลหม่าน

ชาวดัชต์กับการฉลองวันเกิด

Hiep Hiep Hoera – Lang zal ze leven

การจัดการวันเกิดแบบคนดัชต์

เป็นประเพณีนิยม ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่ ก็จะจัดงานวันเกิดกันค่ะ การฉลองวันเกิดแบบที่นิยมกันก็คือนั่งล้อมเป็นวงกลม เจ้าภาพจะจัดเก้าอี้ไว้เป็นวงกลม และจะนำเก้าอี้จากห้องอื่นมาเพิ่ม เมื่อมีแขกคนอื่นทอยเข้ามา

ตอนแรกๆ ที่ไปงานวันเกิดรู้สึกแปลกใจมากๆ ตรงที่ ทุกๆ คนบอกว่า Gefeliciteerd! แปลเป็นไทยก็คือสุขสันต์วันเกิด กับทุกคนที่มาในงาน ปกติเราจะพูดว่า สุขสันต์วันเกิด กับคนที่เป็นเจ้าของวันเกิดเท่านั้น แต่ที่นี่ เขาจะพูดสุขสันต์วันเกิด + ชื่อ ผู้ที่เป็นเจ้าของวันเกิด กับทุกคนที่เข้ามาในงาน งงใช่ไหมล่ะคะ……….ฉันก็งงค่ะ

ยกตัวอย่าง สมพรมีวันเกิด เธอเชิญแขกมาในงาน เมื่อฉันไปถึงงานเขาจะพูดว่า สวัสดีนุสสุขสันต์วันเกิดกับสมพรด้วยนะ Hoi Noos, Gefeliciteerd met Sompon!

อาหารในงาน

วันเกิด เจ้าของวันเกิดเป็นผู้ซื้อเค้กค่ะ และตัดเค้กแจกแขก หรือแม้แต่นำไปแจกเพื่อนที่ทำงาน ประเพณีต่างกับบ้านเรานะคะ

คนดัชต์ไม่มีประเพณีในการกินที่ฟุ่มเฟือยค่ะ ส่วนใหญ่จะเลี้ยงกันแค่เค้ก ชา กาแฟ อาจจะมี พวกอาหารว่าง ทางเล่น ที่เรียกกันว่า Hapjes เช่นพวกชีสก้อนๆ ต่างๆ พวก ไส้กรอกและ มะกอก

แต่งานที่บ้านจัดทีไร ก็จัดแบบคนไทยนั่นแหละค่ะ ไม่เคยให้แขกอดเลย ขอเป็นแบบไทยครึ่งนึงละกัน แขกทุกคนก็ชอบมากค่ะ นานๆ ได้รับประทานหารไทย เราเองก็ภูมิใจที่ได้ทำ แบบเต็มที่สุดๆ ไปเลย

ประเพณีเปิดของขวัญ

เมื่อให้ของขวัญแล้วเขาจะต้องเปิดกันต่อหน้าเลยค่ะ ฉีกออกเดี๋ยวนั้นทันที คือเป็นการให้เกียรติกับผู้ให้และผู้ให้จะได้ทราบว่า ผู้รับชอบหรือไม่ ในบางครั้งก็ให้เป็นการ์ดของขวัญที่สามารถนำไปใช้เป็นเงินซื้อของได้ และที่เคยเห็นบ่อย ๆ ก็คือ เด็กๆ จะมีการเลือกของขวัญไว้แล้ว จากนั้นเพื่อนจึงไปเลือกกลุ่มของขวัญที่เจ้าของวันเกิดเลือกไว้ จะได้สิ่งที่อยากได้จริงๆ ไม่เสียดายของ

Posted in Diary | Comments Off on ชาวดัชต์กับการฉลองวันเกิด

ครีมคัสตาร์ด Pastry Cream – Custard Cream

ส่วนผสม
นมสด 625 กรัม
วนิลา 1 ฝัก นมสด 625 กรัม
แป้งอเนกประสงค์ (Tarwebloem) 25 กรัม
แป้งข้าวโพด (maizena) 25 กรัม
ไข่แดง 125 กรัม
น้ำตาล 125 กรัม

วิธีทำครีมคัสตาร์ด Pastry Cream – Custard Cream

1. นำนมสดรสจืดผสมวนิลาฝัก (ผ่ากลางวนิลาฝักแล้วขูดเอาเม็ดออก ใช้ส่วนที่เป็นเม็ด) ขึ้นตั้งไฟจนน้ำตาลละลาย

2. เตรียมส่วนผสมไข่ ใช้ตะกร้อมือตีส่วนผสมไข่ น้ำตาล และแป้งข้าวโพดจนเข้ากันดี ประมาณ 2 นาที

3. นมเริ่มเดือด ค่อยๆเทนมเล็กน้อยลงในไข่แดงที่เตรียมไว้ คนจนเข้ากันดี

4. นำกลับขึ้นตั้งไฟจนเป็นครีม

5. ปิดเตานำขึ้นตักใส่แร๊ปพลาสติก ห่อไม่ให้อากาศเข้าหรือตักใส่ในชาม พักจนเย็นสนิท เก็บใส่ภาชนะปิดมิดชิด

Posted in My baking journal, Recipes | Comments Off on ครีมคัสตาร์ด Pastry Cream – Custard Cream

Genoise sponge cake สูตร Sponge Cake สำหรับ เค้กวันเกิด และเค้กในโอกาสต่างๆ

สูตรนี้เป็นสูตรเค้กพื้นฐานสำหรับทำเค้กวันเกิด เหมาะสำหรับทำเค้กเป็นชั้นๆ ตัวเค้ก ไม่นุ่มเกินไปจนทำให้โครงสร้างแต่งลำบาก เค้กสูตรนี้สามารถประยุกต์แต่งในวันเกิด วันแต่งงาน โอกาสพิเศษต่าง ๆ อาจจะเปลี่ยนจากบัตเตอร์ครีม เป็นวิปปิ้งครีม และอื่นๆ ได้ตามชอบ

ส่วนประกอบ

ไข่ไก่ ทั้งลูก   230 กรัม

น้ำตาล 123 กรัม

Invert Sugar หรือ น้ำผึ้ง 15 กรัม

เกลือ 1.5 กรัม

แป้งอเนกประสงค์ 113 กรัม

แป้งมันฝรั่งหรือ แป้งข้าวโพด 26 กรัม

เนย 82% 20 กรัม

ขั้นตอนที่ 1 นำไข่ทั้งลูก น้ำตาลและเกลือ ตั้ง บนหม้อที่ร้อน  (Au bain marie) จนน้ำตาลละลายได้อุณหภูมิวัดโดยใช้เทอร์โมมิเตอร์ ประมาณ 40 องศา เซลเซียส จากนั้นตีส่วนผสม ใช้หัวตะกร้อด้วยความเร็วสูง 10 นาที ส่วนผสมจะมีลักษณะเป็นวอลลุ่ม

ขั้นตอนที่ 2 ร่อนแป้งพร้อมกับแป้งมันฝรั่งหรือแป้งข้าวโพด

หากใช้แป้งข้าวโพด จะใช้เวลาอบนานกว่าแป้ง มันฝรั่งเพราะแป้งข้าวโพดแห้งช้ากว่าแป้งมันฝรั่ง

ร่อนส่วนผสมด้วยกันทั้งหมด และ ใส่ในส่วนผสมไข่ ค่อยๆร่อนใส่ โดยใช้ กระชอน จากนั้นใช้ ตะกร้อมือ ค่อยๆผสมส่วนผสมเข้าด้วยกันโดยไม่ให้วอลลุ่มหาย

ขั้นตอนที่ 3 ละลายเนยในไมโครเวฟ เนยจะมีความร้อนประมาณ 45 องศา จากนั้นนำส่วนผสมที่ตีไว้เพียงเล็กน้อยผสมกับเนยให้เข้ากันก่อน

ขั้นตอนที่ 4 ใช้พิมขนาด 18 cm ความสูง 6 เซนติเมตรวางบน Baking sheet หรือซิลิโคนแมท เท่ส่วนผสมของเค้กลงในพิม

ขั้นตอนที่ 5 นำเข้าตู้อบที่มีความร้อน 180 องศา อบประมาณ 25 นาที เมื่อเค้กสุกแล้ว เราจะสามารถทดสอบได้โดยการใช้ไม้จิ้มฟัน จิ้มลงไปตรงกลาง ยกขึ้นดู เค้กที่สุกแล้วจะไม่มีส่วนผสมติดออกมา หรือ อีกวิธี ใช้มือกดลงบนหน้าเค้กเบาๆ ตัวเค้กจะต้องสปริงขึ้นมา ไม่ยุบลงไป เป็นรอย แปลว่าใช้ได้

ขั้นตอนที่ 6 รอให้เย็น จนถึงอุณหภูมิห้องขั้นตอนนี้มีความสำคัญมากหากเราแกะเค้กออกจากพิมพ์โดยไม่รอให้เย็นเค้กอาจยุบได้

ขั้นตอนที่ 7 เมื่อเย็นแล้ว ดึง Silicone mat ออก และใช้มีด ค่อยๆตัดเค้กออกจากพิมโดยค่อยๆเริ่มจาก ด้านบนสุด ไปเรื่อยๆ จนเป็นวงกลม เค้กจะเริ่มหลุดออกมาใช้มือค่อยๆ ประคองรับ (ถ้ายังไม่ได้ใช้เค้กก็ใช้พลาสติกแรพทั้งเค้กและเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้ประมาณ 2-3 วัน นำออกมาใช้ตามต้องการ)

หากต้องการแต่งเป็นชั้นๆ ตัดตรงกลางของตัวเค้กให้เป็น 3 – 4 ชั้นหรือตามต้องการ

cr. https://kica-academy.com/classes/genoise-sponge-cake

Posted in Cooking, My baking journal, Recipes | Tagged | Comments Off on Genoise sponge cake สูตร Sponge Cake สำหรับ เค้กวันเกิด และเค้กในโอกาสต่างๆ

เรียนทำเอแคลร์

วันนี้เรียนทำเอแคลร์ เริ่มต้นจากการกวนแป้ง เพื่อนำไปอบ จากนั้นทำ craquelin วางบน ตัวเอแคลร์อีกทีนึง การทำดูเหมือนไม่ยาก แต่ต้องเข้าใจ เพราะว่า ตัว โดว์ ของเอแคลร์ ถ้า กวนไม่ดี ก็อาจจะไม่พองให้เมื่ออบ โดยอาจจะยุบตัวเมื่ออบ ครูแนะนำว่าให้ใช้น้ำ และใช้นมผงมันจะง่ายกว่าใช้นมธรรมดา ครูสอนวิธีการดูโดยให้โดว์นั้นมีลักษณะ ไม่เหลวจนเกินไป

ไข่ที่ใช้ไม่ควรเป็นไข่สด ควรเป็นไข่ ที่เก็บไว้ข้ามวันแล้วจะง่ายกว่า

การกวนแป้ง ไม่ควรกวนมากเกินไป แต่ก็ต้องกวนให้แป้งสุกทั่วถึง

Posted in My baking journal | Tagged | Comments Off on เรียนทำเอแคลร์

สูตรวิปปิ้งครีมที่เหมาะสำหรับแต่งเค้ก

ใครที่ชอบแต่งเค้กด้วยวิปปิ้งครีม แล้วมีปัญหา นี่เลยค่ะ ทางออก สูตรนี้ช่วยทำให้แต่งเค้กสวยๆ ได้มากมาย อย่างไม่น่าเชื่อเลย เหมือนบัตเตอร์ครีม ปาดง่ายและที่สำคัญอร่อยมากๆ

มาสคาโปเน่ชีส 420 กรัม
วิปปิ้งครีม 35% 225 กรัม
เกลือ 1 กรัม
น้ำมะนาว 5 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 50 กรัม
วนิลา 1 ก้าน หรือ กลิ่นวนิลา 1 ช้อนชา

  1. ตีมาสคาโปเน่ น้ำมะนาว เกลือ และวนิลาเข้าด้วยกัน
  2. ใช้หัวตีตะกร้อ เทวิปปิ้งครีมเย็นใส่ในส่วนผสมมาสคาโปเน่ แล้ว เพิ่มความเร็วกลาง ตีจนวิปิ้งครีมขี้ฟู เรียบเนียน (อย่าตีจนเกินไป) วิปปิ้งครีมมีลักษณะตั้งยอดก็หยุดตีทันที
  3. ครีมสามารถนำไปใช้ได้ทันที สามารถเก็บในตู้เย็นโดยใช้พลาสติกคลุมไว้ ไม่ให้อากาศเข้า เก็บได้ประมาณ 72 ชม

Posted in My baking journal | Tagged | 2 Comments

เค้กวิปปิ้งครีมง่ายๆ สไตล์ดัชต์

คัชต์วิปครีมเค้ก หรือที่เรียกว่า slaagroomtaart หาซื้อง่ายๆ ได้ตามท้องตลาดทั่วไป มีเกือบตลอดทั้งปี เนื้อเค้กนุ่มแต่ไม่เบาเหมือนชิฟฟ่อนนะคะ จะเป็นนุ่มเนื้อ สปันจ์ ที่นี่นิยมรับประทานตอนวันเกิด ช่วงซัมเมอร์ของที่นี่จะมีผลไม้ เยอะมากให้เลือกใส่เค้กค่ะ มีพวกเบอรี่ ต่างๆ สตอร์เบอรี่ บลูเบอรี่ ราสเบอรี่ มากมายหลายแบบ ราคาก็ไม่แพงจนเกินไป

การทำเค้กของที่นี่ช่วงหน้าร้อน จะเป็นอะไรที่สนุกมากๆ เพราะมีผลไม้ให้เลือกเยอะแยะเลย

คนดัชต์ ชอบสิ่งที่ทำง่ายๆ ไม่ชอบอะไรยุ่งยากมากจนเกินไป ยิ่งของกินด้วยแล้ว ไม่ชอบอะไรยุ่งยากเลยค่ะ ความเป็นคนสมถะ ง่ายๆ พื้นๆ ของชาวดัชต์ เราจะเห็นได้ตั้งแต่อาหารการกิน ต่างๆ รวมถึงขนม ขนมของที่นี่เป็นขนมที่เน้นง่าย แต่ก็อร่อยนะ

ความจริงการทำให้ของยาก เป็นของง่ายได้ มันก็เป็นความฉลาดอย่างหนึ่ง

“The definition of genius is taking the complex and making it simple.”

― Albert Einstein

มีคนรู้จักมาติดต่อให้ทำเค้กที่มี 3 เลเยอร์ จะนำไปฉลองวันเกิดให้กับแม่ ซึ่งมีอายุครบ 75 ปี ความจริง ก็เป็นธรรมดาที่เขาขอมา มี 3 ชั้น เอง แต่เป็นวิปปิ้งครีมนี่ซิคะ ทำไงให้เค้กสูงๆ ไม่ล้มดีนะ ก็เลยตัดสินใจใช้ ชีสมาสคาโปเน่ วิ่ปครีมนี่ล่ะค่ะ

เริ่มต้นทำ เค้กสปันจ์ เนื้อนุ่มฟองน้ำ ต้องการให้เค้กมีความนุ่มฟู

สูตรของบล็อกเกอร์เนเธอร์แลนด์ คุณลอร่า ตามสูตรของเธอได้ด้านล่างค่ะ มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วย ชัดเจนดี
https://www.laurasbakery.nl/slagroomtaart-maken/

สำหรับครีม จะใช้วิปปิ้งครีมตีกับน้ำตาล และ มาสคาโปเน่หรือจะเรียกว่า (Chantilly cream) เวลาแต่งเค้กจะแต่งเป็นชั้น ๆ โดย ทาแยม บีบครีมที่ขอบ ใส่ผลไม้ตรงกลาง จากนั้น ก็ทำชั้นต่อไป และด้านข้างประดับด้วย nougatine หรือ praline ชื่อเดียวกัน ฝรั่งเศษจะใช้คำว่า พราลิน คือถั่วเคลือบน้ำตาล ซื้อแบบสำเร็จแล้วก็ได้ค่ะ มีที่ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป

Posted in My baking journal | Tagged , | Comments Off on เค้กวิปปิ้งครีมง่ายๆ สไตล์ดัชต์

De Patisserie Academy Day 2

เป็นวันที่ค่อนข้างเหนื่อยมาก นอนไม่เต็มอิ่มมีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมด ฉันนั่งรถไฟ จาก Kapelle ไป Vlaadingen 1.5 ชม ตื่นเช้ามากๆ ครูบอกว่า วันนี้เราจะเรียนแต่ ตีโดว์ แล้ว จากนั้น แกก็สอน ว่า การตีโดว์สำหรับทำ Puff Pastry, Sabre breton ทำอย่างไร นำไปหมักในตู้เย็นเป็นเวลา 1 คืน วันนี้เป็นวันที่เรียนไม่ยาวนัก เนื่องจากครูอยากให้นำทุกอย่างอบในวันเดียวกัน กลับบ้านมา ก็เลยไม่มีขนมมาฝากคนทางบ้านเลย อดกันไปตามๆ กัน

Posted in My baking journal | Comments Off on De Patisserie Academy Day 2

Stitch Cake | Whole cake chocolate

โปรเจค Stitch Cake – เรียนรู้การแต่งเค้กด้วยช้อคโกแลตกานาร์ช

สิ่งที่ลูกค้าต้องการ คือ ช็อคโกแลตเค้ก สำหรับเด็ก มีรูปตัวสติชอยู่ด้านหน้า มีมาการองอยู่ด้านบน มีเทียนเป็นเลขอายุ ฟังดูง่าย แต่จะทำอย่างไรให้เรื่องสีด้านนอก เพราะช้อคโกแลตสีน้ำตาล คิดไปมาอยู่นาน เออ เราใช้ บัตเตอร์ครีมไหมด้านนอก แต่ลูกค้าอยากได้ช้อคโกแลตทั้งหมด

ในที่สุดเลือกใช้ ไวท์ช็อคด้านนอกค่ะ ได้ความรู้ว่า ไว้ช้อค ก็ทำเป็นกานาร์ช แต่เค้กได้ เหมือนช๊อคโกแลตธรรมดา อัตราส่วนคือ 1 : 3 (100 g cream : 300g white chocolate) ผสมให้เข้ากัน แล้วนำไปใส่ตู้เย็นไว้ซักครึ่งชม เพื่อเซ็ตตัว จากนั้นก็ใช้แต่งเค้กได้

Posted in My baking journal | Comments Off on Stitch Cake | Whole cake chocolate

DePatisserie Academy

เริ่มติดใจที่ได้เรียนค่ะ ได้เรียนแล้วรู้สึกว่า เราได้จุดไฟดวงใหม่ให้ตัวเอง มาเจอคอร์สที่อยู่ใกล้บ้านหน่อย อยู่แถวๆ vlaardingen ค่ะ น่าสนใจ เลยสมัครไป รอจดหมายตอบรับอยู่นาน ก็ได้รับว่า มาเริ่มได้

วันแรก เป็นคอร์ส เวียนนัวเซอรี (Viennoiserie) หมายถึง ขนมอบที่ทำจากแป้งที่ผ่านการรีดเป็นชั้น ๆ คล้ายพัฟหรือพาย เช่น ครัวซองต์บริออช, และ ขนมอบอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน. 

สิ่งที่น่าแปลกใจคือเป็นนักเรียนคนเดียวในชั้นค่ะ โอโหอะไรกัน โรงเรียนใหญ่มาก แต่มีฉันคนเดียว ไม่อยากจะเชื่อ แต่มาแล้ว ก็ต้องเรียนสิคะ เพราะคุณครู ก็ไม่ได้คิดมาก คุณครูเป็นหนุ่มอยู่ค่ะ มีความรู้ เป็น Pastry Chef เคยออกทีวีด้วย เอ้า ตื่นเต้นเพิ่มขึ้นไปอีก ครูเล่าให้ฟังว่า ทำงานทางด้านนี้มาหลายปีแล้ว แต่ก่อนเคยอยู่ ดูไบและคูเวต เล่าไปก็สอนทำ เลมิเนท ครัวซองไปด้วย

การลามิเนทครัวซอง ก็คือการนำแป้งมาหุ้มเนย แล้วเข้าไปในเครื่องรีดตามภาพเลยค่ะ จากนั้น ก็นำมาพับ เหมือนของ เลอ กอร์ดองเบลอ คือ Single Turn และ Double Turn

การขึ้นรูป ของครัวซองค์เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะ แป้งครัวซองค์ที่เราทำเสร็จแล้ว สามารถนำไปต่อยอดได้อีกมากมายเลยไม่ว่าจะเป็น ชอคโกแลตครัวซองค์ pain au chocolat , ควินอามาน Kouign-Amann, แปง ซุยส์ Pain Suisse, เรซิ่น เดนิช Raisin Danish และอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อเรียนจบเลยมีขนมเต็มโต๊ะไปหมด กินไม่ไหวเลยค่ะ คลาสนี้สนุกมากๆ

Posted in My baking journal | Comments Off on DePatisserie Academy