สูตรมาการองที่ใช่

หลังจากทดลองทำมาการองมานานนับปี แต่ทุกครั้งก็จะมีความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ตลอด ไม่เคยประสบความสำเร็จซักครั้ง หมดหวังและเกือบหันหลังให้ แต่แล้วก็มาเจอสูตรและครูผู้สอนที่ใช่ (เสียที)

เริ่มจดสูตรกันเลย! ขอบอกว่าส่วนประกอบพื้นๆ แต่วิธีทำยาวยืด แต่จำเป็นอ่านให้จบก่อนลงมือนะคะ

ส่วนประกอบ

น้ำตาล 100 กรัม
ไข่ขาว 76 กรัม (ไข่เก่า)
อัลมอนด์ผง 100 กรัม (เลือกยี่ห้อที่ป่นดี และไม่เก่า)
ไอซิ่ง 100 กรัม (เลือกยี่ห้อที่เนื้อเนียน)
*** สีเจล หากต้องการ***

ช็อคโกแล็ตมาการอง นำผงโกโก้ 10 กรัม แทนที่ด้วย อัลมอนด์ผง 10 กรัม

เริ่มลงมือเลย!

  1. ตวงทุกอย่าง อย่างแม่นยำ ต้องชั่งตวงโดยใช้เครื่องชั่งที่มีหน่วยเป็นกรัมเพื่อความแม่นยำ
  2. ทำความสะอาดโถตี โดยใช้น้ำส้มสายชูหรือมะนาว เช็ดคราบมันออกให้หมดนำไข่ขาว และ น้ำตาลใส่โถตี และนำโถตีขึ้นตั้งหม้อน้ำเดือด (Double -Bolier) เมื่อน้ำเดือดแล้วให้ลดไฟเลง อย่าให้เดือดพล่าน
  3. ใช้ไม้พายยาง คนไปเรื่อยๆ ไม่ให้ไข่ขาวสุก จุดประสงค์ต้องการให้แค่น้ำตาลละลายเท่านั้น เมื่อคนไปซักพักน้ำตาลเริ่มละลาย ลองใช้นิ้วจับบี้ดูที่ส่วนผสมไข่ขาวถ้ามีน้ำตาลอยู่เพียงเล็กน้อยหรือเกือบไม่มีเลยถือว่าใช้ได้ ยกลง
  4. นำโถที่มีส่วนผสมไข่ขาวและน้ำตาล ขึ้นตี โดยใช้หัวตีตะกร้อ ตีโดยความเร็วสูงสุด (Kitchen Aid เบอร์ 8) ตีไปจนตั้งยอดแข็ง stiff peak ประมาณ 5 นาที หรืออาจจะมากกว่านั้น อย่าตีมากจนเกินไปถ้าเลยส่วนผสมจะใช้ไม่ได้
  5. หยุดตี และใส่สีในขั้นตอนนี้ (ถ้าต้องการ)
  6. ใส่ส่วนผสม อัลมอนด์และไอซิ่งที่ร่อนไว้เรียบร้อยแล้ว ตีด้วยความเร็วสูงแค่ 2 วินาที นับ 1 และ 2 ในใจ!
  7. หยุดตีและใช้พายยางตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้สำคัญมากๆ เป็นขั้นตอนที่จะใช้ไม้พายยางตะล่อมส่วนผสมให้เข้ากันทั้งหมด โดยค่อยๆ ตะล่อมจนส่วนผสมอัลมอนด์เข้ากันกับส่วนผสมไข่ขาว เมื่อตะล่อมเข้ากันดีแล้วทำการเทสต์โดยใช้ไม้พายยางยกส่วนผสมขึ้น ส่วนผสมจะไหลเป็นลาวา หรือริบบ้อน และสามารถเขียนเลข 8 ได้ ถ้าตะล่อมส่วนผสมมากเกินไปจะทำให้ส่วนผสมเหลวเกินไปเมื่อนำไปอบจะไม่ได้มาการองที่ดี
  8. เตรียมถุงบีบ ใช้หัวบีบ wilton เบอร์ 10 เตรียมถาดอบโดยใช้แผ่น silpat ถ้าใช้เป็นกระดาษไขแทนก็ได้ค่ะ แต่ Silpat มี template ให้เรียบร้อยจะง่ายกว่า อาจจะแห้งช้ากว่า แบบกระดาษไข
  9. บีบส่วนผสมมาการองลงไป โดยจับตรงๆ ไม่เอียง ให้หัวบีบอยู่สูงจากพื้นประมาณ 1 ซม และบีบให้ได้ ความกว้างเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-4 ซม
  10. กระแทกถาด จับถาดกระแถก สองถึงสามครั้งเพื่อไล่ลมออกและทำให้มาการองเรียบ
  11. อบมาการอง ที่อุณหภูมิ 150 องศา ประมาณ 16 นาที หลังจากแปดนาที กลับถาดอบ (ขึ้นอยู่กับเตาของแต่ละคน) และสามารถลดไฟลงได้ เป็น 130 องศาเมื่อเวลาผ่านไป 10 นาที การอบและเวลาขึ้นอยู่กับเตาและความชื้นของมาการอง ตอนอบครั้งแรกๆ อาจจะยังไม่สวยแต่ควรโฟกัสที่ตัวมาการองก่อน โดยโดยมาการองต้องมีกระโปรงขึ้นรอบๆ เมื่ออบจนชำนาญแล้ว ถ้าสีที่ได้ไม่สดเพิ่มสี หรือลดไฟลงนิดหน่อย และบวกเวลาอบให้ยาวขึ้นนิด จะทำให้สีสวยขึ้น
  12. หลังจากนั้นนำมาการองมาพักไว้ให้เย็น ต้องพักไว้ให้เย็น มิฉะชั้นเมื่อแกะออกก้นอาจจะยังไม่แห้ง
  13. นำมาการองมาใส่ไส้สูตรไส้มาการองนี้เลยค่ะและประกอบกันตามที่ต้องการ. เมื่อใส่ไส้แล้ว ให้นำมาการองไว้ในตู้เย็น 48 ชั่วโมง เพื่อให้มาการองนุ่มอร่อย

เช็คลิสต์หากยังทำแล้วพลาดให้หันกลับไปมองที่สิ่งเหล่านี้

  • ไข่ขาวที่ใช้ ควรเป็นไข่เก่า เช่นแยกและเก็บไข่ขาวไว้ในตู้เย็น 1 คืนก่อนนำมาใช้งาน
  • โถตีต้องทำความสะอาดด้วยน้ำส้มสายชูก่อนตี ถ้ามีคราบน้ำมันเพียงเล็กน้อย ไข่ขาวอาจจะไม่ขึ้นเป็นเมอแรงค์ตามต้องการม
  • ขณะนำเมอแรงค์ขึันตั้งหมอ Double-boiler อย่าให้น้ำเดือดพล่าน ใช้ความร้อนต่ำ เพราะจะทำให้ไข่ขาวสุกและไม่สามารถใช้ทำเมอแรงค์ได้
  • อัลมอนด์ผงที่ใช้ ควรเลือกลักษณะที่บดละเอียด และไม่เก็บไว้จนชื้น ความชื้นของอัลมอนด์จะมีน้ำมันออกมาจะทำให้ส่วนผสม deflate หรืออัลมอนด์ที่ไม่ได้บดละเอียด หน้ามาการองที่ได้จะไม่เรียบ
  • สีที่ใช้ ควรเป็นสีเจล หากใช้สีน้ำ ควรใช้เพียง 1-2 หยด หากใช้มากจะทำให้ส่วนผสมเปลี่ยนไปจากเดิม อาจจะเหลวลงกว่าเดิมส่งผลกับตัวมาการอง
  • การตีเมอแรงค์ ต้องจับตา และสังเกตุ โดยอย่าให้เมอแรงค์ เหลวเกินไป หรือตีเกินไปจนกลายเป็นเม็ดโฟม
  • ไอซ์ซิ่งที่ใช้ ควรเป็นไอซ์ซิ่งที่บดละเอียดเนื้อเนียนดี
  • กระแทกถาด ต้องกระแทกจนหน้าเรียบ กระแทกไปสังเกตุไปว่าหน้ามาการองเรียบหรือยัง
  • ไม่ต้องพักส่วนผสม สามารถอบได้เลย
  • การอบ ควรเฝ้าระวังตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งแรก ที่ทำควรจดบันทึกไว้ ทั้งอุณหภูมิและเวลา จะได้ทราบว่า เตาอบของเราควรใช้เวลาและอุณหภูมิเท่าไร ควรกลับถาดหลังผ่านเวลาไปครึ่งทาง และอาจลดอุณหภูมิลงได้เล็กน้อย และเพิ่มเวลา ให้ยาวขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อสีที่สวยงาม

สูตรไส้มาการอง

This entry was posted in My baking journal, Recipes and tagged . Bookmark the permalink.